logonewcpd V3

blank50

ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

13 กันยายน 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี โอกาสนี้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายบรรจง ชัยขุนพล สหกรณ์จังหวัดลำปาง เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทรางวัลพัฒนาการบริการ ระดับดี จากผลงาน อาราบิก้าตกเขียว สู่แบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ ค๊อฟฟี่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี โอกาสนี้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายบรรจง ชัยขุนพล สหกรณ์จังหวัดลำปาง เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทรางวัลพัฒนาการบริการ ระดับดี จากผลงาน อาราบิก้าตกเขียว สู่แบรนด์ “ปางม่วง โค-อ๊อฟ ค๊อฟฟี่” ซึ่งการได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นการเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำปาง ที่ได้มีส่วนเข้าไปช่วยเหลือชาวเขาเผ่ามูเซอที่อาศัยอยู่บ้านปางม่วง อำเภอเมืองปาน ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ประสบปัญหาด้านการประกอบอาชีพ เนื่องจากรายได้หลักมาจากการขายผลผลิตกาแฟพันธุ์อาราบิก้าแบบผลสดและกาแฟกะลาให้แก่พ่อค้าคนกลางในท้องถิ่น ลักษณะตกเขียว เกษตรกรต้องกู้เงินหรือนำปัจจัยการผลิตจากพ่อค้าไปลงทุน เมื่อกาแฟสุกและเก็บเกี่ยวได้ จึงนำมาขายให้พ่อค้าเพื่อชำระหนี้ ทำให้เกษตรกรไม่มีโอกาสต่อรองเรื่องราคา รายได้จึงไม่เพียงพอใช้จ่ายในครัวเรือนและมีหนี้สินพอกพูน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำปางจึงได้แนะนำให้ชาวบ้านรู้จักการพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือกันในชุมชน และใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ และจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรปางม่วง จำกัด เพื่อเป็นองค์กรหลักของชุมชน ดูแลเรื่องอาชีพ ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตกาแฟอาราบิก้าซึ่งเป็นรายได้หลักของชาวบ้าน พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการเรื่องการปลูกกาแฟเพื่อให้ได้มาตรฐาน GAP สนับสนุนทั้งเรื่องอุปกรณ์ เครื่องมือการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และสนับสนุนเงินทุนให้ชาวบ้านนำไปปรับปรุงสวนกาแฟเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และสหกรณ์ได้มีเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก
ปัจจุบันชุมชนบ้านปางม่วง มีพื้นที่ปลูกกาแฟ 560 ไร่ ผลผลิต 300 ตันต่อปี เป็นกาแฟที่มีคุณภาพ มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกสูงกว่าระดับน้ำทะเล 900 เมตร มีอุณหภูมิเย็นตลอดทั้งปี ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านปางม่วงรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ สามารถลดต้นทุนการผลิตกาแฟให้กับสมาชิกและช่วยแก้ไขปัญหาการกู้หนี้นอกระบบเพื่อนำมาลงทุนประกอบอาชีพ ขณะเดียวกันผลผลิตกาแฟขายได้ราคาสูงขึ้น จากเดิมที่เคยขายกาแฟผลสดให้พ่อค้ากิโลกรัมละ 15 บาท ปัจจุบันสหกรณ์เป็นผู้รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นกาแฟคั่วเม็ดบรรจุถุง ภายใต้ตรา “ปางม่วง โค-อ๊อฟ ค๊อฟฟี่” ส่งขายให้ร้านกาแฟสดและบดเป็นผงจำหน่ายให้ผู้บริโภคนำไปชงดื่ม สามารถเพิ่มมูลค่ากาแฟได้สูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท และสร้างตราสินค้าท้องถิ่นของชุมชนจนเป็นที่ยอมรับ ชุมชนบ้านปางม่วงนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จจของการใช้วิธีการสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในการประกอบอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้มีโอกาสพัฒนาอาชีพให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายให้หน่วยงานระดับภูมิภาคใช้กลไกสหกรณ์เข้าไปช่วยเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแต่ละพื้นที่ ให้มีความอยู่ดีกินดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศต่อไป

อ่าน 104 เวลา