logonewcpd V3

blank50

ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

7 เมษายน 2563 นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อชี้แจงโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร (ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร) และนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์

นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อชี้แจงโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร (ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร) และนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ โดยมี นางกัญจนา ภัทรวนาคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการสหกรณ์ นายศักดิ์ชัย ไชยพุทธ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 6 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร รวมทั้งได้ถ่ายทอดสัญญาณไปยังสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ
โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ย ปี 2563 จำนวน 280 ล้านบาท ซึ่งมีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว จำนวน 1,162 แห่ง สมาชิก จำนวน 375,708 ราย ดอกเบี้ยที่ขอชดเชย 1,011.405 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมฯ จัดสรรให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรเสมอภาคกัน โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรทุกแห่ง ในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 27.68 ของจำนวนดอกเบี้ยที่ขอชดเชย ดังนั้น สมาชิกทุกรายจะได้รับจัดสรรคนละประมาณ ร้อยละ 27.68 ของจำนวนดอกเบี้ยของแต่ละคนที่ขอชดเชยเช่นกัน ในส่วนที่เหลือทางกรมฯ จะขอตั้งงบประมาณในปีงบประมาณ 2564 ต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งได้มีการกำหนดเป้าหมาย 74 จังหวัด 588 สหกรณ์ 2 ชุมนุมสหกรณ์ รวม 590 แห่ง ดำเนินการตั้งทีมงานแก้ไขปัญหานี้ การจัดทำฐานข้อมูลลูกหนี้ จัดทำแผนแก้ไขปัญหาหนี้ แก้ไขระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้อง มีการเจรจากับสมาชิกลูกหนี้ และเจ้าหนี้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้สหกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิก เพื่อสร้างรายได้ รวมทั้งมีการติดตามการประเมินผลลูกหนี้อีกด้วย รวมทั้งได้ให้สหกรณ์จังหวัดสำรวจความต้องการขอรับการสนับสนุนชุดอุปกรณ์ปั๊มน้ำด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบน้ำในไร่นา เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำไว้ใช้สำหรับทำการเกษตรได้ ซึ่งได้กำหนดให้มี 4 แบบ ดังนี้ ปั๊มน้ำซับเมอร์ส ขนาด 750 วัตต์ 1,100 วัตต์ 1,500 วัตต์ และปั๊มน้ำแบบหอยโข่ง ขนาด 750 วัตต์ ซึ่งสมาชิกสหกรณ์ที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนชุดอุปกรณ์ปั๊มน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถขอรับและยื่นแบบฟอร์มได้ที่สหกรณ์จังหวัดทุกแห่ง
ส่วนมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระหนี้สินเนื่องจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ในส่วนของสหกรณ์ที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประสานขอความร่วมมือ ธ.ก.ส. ผ่อนผันการชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้สหกรณ์ ไม่เกิน 20 ปี ปลอดชำระต้นเงิน 3 ปีแรกและขอสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่ต่ำกว่า MLR-1 ต่อปี หากสหกรณ์ใดมีความประสงค์จะเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว สามารถติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาที่สหกรณ์กู้ยืมเงิน
สำหรับสหกรณ์ที่เป็นลูกหนี้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ให้ขยายเวลาการชำระหนี้ได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ซึ่งสหกรณ์จะต้องผ่อนผันขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้แก่สมาชิกผู้กู้เงินจากสหกรณ์เช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร จะได้รับการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระออกไปอีก 1 ปี โดยขยายเวลาชำระหนี้ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และกลุ่มเกษตรกรจะต้องขยายระยะเวลาการชำระหนี้ งดคิดดอกเบี้ยและค่าปรับกับสมาชิกด้วย ซึ่งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่จะขอขยายเวลาการชำระหนี้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัด

อ่าน 375 เวลา