logonewcpd V3

blank50

ให้คะแนนบทความนี้
(5 โหวต)

tab korporshor2

 

คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.)

ที่มา

คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เป็นบทบัญญัติในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่จากพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 โดยกำหนดไว้ในหมวด 2 การกำกับและส่งเสริมสหกรณ์ มาตรา 9 เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ส่งเสริม สนับสนุน คุ้มครอง และวางแผนพัฒนาสหกรณ์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคสหกรณ์ ภาคเอกชนและภาครัฐ ในการพัฒนากิจการสหกรณ์ต่อไป

องค์ประกอบของ (คพช.)

มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ประกอบด้วย
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ 
2. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ
3. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกรรมการ
4. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ
5. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการ
6. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ
7. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ
8. อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นกรรมการ
9. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ
10. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการ
11. ผู้จัดการใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นกรรมการ
12. ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
13. ผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นกรรมการดำเนินการ เป็นกรรมการ
14. ประธานกรรมการดำเนินการชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศประเภทละหนึ่งคน เป็นกรรมการ
15. ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศหนึ่งคน เป็นกรรมการ
16. ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ
17. อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
18. ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

 อำนาจหน้าที่ของ (คพช.)

    (1) อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ดังนี้

1. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายและแนวทางในการพัฒนาการสหกรณ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
2. กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการสหกรณ์ ให้สอดคล้องกับระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
3. กำหนดแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนการขยายธุรกิจและกิจการของสหกรณ์ รวมทั้งการร่วมมือกับภาคเอกชนให้มีส่วนในการพัฒนาการสหกรณ์
4. กำหนดแนวทางในการประสานงานระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน เพื่อให้การส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสหกรณ์
5. พิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคตลอดจนข้อขัดข้องที่ทำให้นโยบายและแผนการพัฒนาการสหกรณ์ไม่อาจบรรลุเป้าหมาย
6. พิจารณาเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับสหกรณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
7. มีอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

   (2) อำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

1. เห็นชอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ฝากทุนกลางของบรรดาสหกรณ์ไม่จำกัดตามมาตรา 61 (2) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ไว้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือฝากไว้ที่สถาบันการเงินอื่น (มาตรา 8)
2. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมาย (มาตรา 14)
3. พิจารณารายงานประจำปีแยกตามประเภทสหกรณ์ของนายทะเบียนสหกรณ์ (มาตรา 16(7))
4 พิจารณาเห็นชอบระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือดำเนินกิจการของสหกรณ์ (มาตรา 23)
5. พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่สหกรณ์ที่ยังไม่สามารถดำเนินกิจการได้ด้วยตนเอง (มาตรา 23)
6. เห็นชอบระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์ การจัดการและการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) (มาตรา 29)
7. กำหนดหลักเกณฑ์การเลือกผู้แทนของสหกรณ์และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหาร กพส. (มาตรา 30)
8. กำหนดการนำเงินของสหกรณ์ฝากหรือลงทุนอย่างอื่น (มาตรา 62 (7))
9. เห็นชอบการจ่ายเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วของสหกรณ์ที่เลิกแล้วตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด กรณีเมื่อได้ชำระหนี้ของสหกรณ์แล้วแต่ยังมีทรัพย์สินคงเหลือ (มาตรา 86 (2))
10. กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศ (มาตรา 101)
11. มอบหมายให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยดำเนินการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ (มาตรา 110 (10))
12. วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (มาตรา 117/1)

 คณะอนุกรรมการคณะต่าง ๆ ใน (คพช.)
   
 มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ คณะอนุกรรมการการลงทุน และอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอื่นตามความจำเป็นโดยคำนึงถึงความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมาย
ปัจจุบันมีคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ จำนวน 6 คณะ

1. คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรสหกรณ์
2. คณะอนุกรรมการการลงทุน
3. คณะอนุกรรมการคัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ
4. คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องข้ออุทธรณ์
5. คณะอนุกรรมการส่งเสริม สนับสนุนการขยายธุรกิจ และการลงทุนของสหกรณ์
6. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดตั้งธนาคารสหกรณ์ 
7.ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ icon new 
8.คำสั่งคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาชุมนุมสหกรณ์ให้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ icon new
9.คำสั่งคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษากรณีการให้สิทธิสมาชิกสหกรณ์ถอนหุ้นคืนบางส่วน icon new

ประกาศคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ

1. เรื่อง ข้อกำหนดการฝากหรือลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ พ.ศ. 2558
2. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ พ.ศ. 2561
3. เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการดำเนินงานอื่นของคณะอนุกรรมการ

 ประกาศ/ข้อกำหนดของคณะอนุกรรมการคณะต่าง ๆ ใน (คพช.)
ประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ คุณสมบัติ
และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (21 กันยายน 2563)
 icon new

แนวทางปฏิบัติการนำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) 
-
แนวทางปฏิบัติการนำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) (เอกสารแนบ) icon new

1. หน่วยงานเจ้าของเรื่อง/คณะอนุกรรมการภายใต้ คพช./ผู้มีส่วนได้เสีย ประสงค์จะเสนอเรื่องเพื่อให้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) พิจารณาหรือให้ความเห็นชอบ หรือรับทราบ ตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา 10 หรือมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งมายังกลุ่มเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ กองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์
2. เจ้าของเรื่องที่จะนำเสนอเรื่องต่อ คพช. จะต้องสรุปสาระสำคัญของเรื่องให้ชัดเจนและครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ กลั่นกรองและเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ คพช. หากเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องขอความเห็นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อประกอบข้อมูล ให้เจ้าของเรื่องดำเนินการเพื่อให้ได้ความเห็นที่ครบถ้วนก่อนที่จะนำเสนอ คพช. โดยสาระสำคัญประกอบด้วย
 2.1 เรื่องเดิม (ถ้ามี)
 2.2 เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอ
 2.3 สาระสำคัญของเรื่องหรือข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
 2.4 ประเด็นของปัญหาที่ต้องการให้ คพช. พิจารณา
 2.5 คำขอหรือความประสงค์ที่จะให้ คพช. มีมติ โดยให้ระบุให้ชัดเจนและแยกเป็นประเด็นหรือข้อ
3. หากเรื่องที่เสนอดังกล่าวมีข้อมูล ครบถ้วน เพียงพอในการนำเสนอต่อ คพช. กลุ่มเลขานุการ คพช. จะจัดทำบันทึกสรุปเรื่องเสนออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คพช. พิจารณาสั่งการ เมื่อพิจารณาสั่งการให้นำเสนอ คพช. แล้ว จะจัดเข้าระเบียบวาระการประชุม คพช. ต่อไป หากข้อมูลไม่เพียงพอจะประสานเจ้าของเรื่องให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนภายในกำหนดจะส่งเรื่องคืนกลับเจ้าของเรื่อง
4. กรณีเรื่องที่เสนอ คพช. หากกลุ่มเลขานุการ คพช.พิจารณาแล้วไม่อยู่ในอำนาจของ คพช. กลุ่มเลขานุการ คพช. จะจัดทำบันทึกเสนออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อส่งเรื่องคืนกลับเจ้าของเรื่อง
5. กรณีเรื่องที่เสนอนั้น คพช. ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ตามที่ คพช. มอบหมาย ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้ว กลุ่มเลขานุการ คพช. จะส่งเรื่องนั้น ๆ ให้กับคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ คพช.มอบหมาย หรือเพื่อความรวดเร็วเจ้าของเรื่องสามารถส่งโดยตรงที่หน่วยงานเลขานุการคณะอนุกรรมการของเรื่องนั้น ๆ เมื่อคณะอนุกรรมการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้วเสร็จ กรณีที่ต้องการนำเสนอ คพช. ให้ฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการ แจ้งเรื่องพร้อมมติของคณะอนุกรรมการ ให้กลุ่มเลขานุการ คพช. โดยเร็วเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม คพช. ได้ทันตามกำหนด
6. การเสนอให้ คพช. เห็นชอบระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์หรือระเบียบอื่นภายใต้อำนาจหน้าที่ของ คพช. หรือประกาศ คพช. ให้เสนอในรูปแบบของร่างระเบียบหรือร่างประกาศ และจัดทำตารางเปรียบเทียบระเบียบ/ประกาศเดิม(ถ้ามี) กับร่างระเบียบ/ประกาศใหม่ให้เห็นชัดเจน โดยร่างระเบียบหรือร่างประกาศดังกล่าว ควรผ่านความเห็นของสำนักนายทะเบียนและกฎหมาย กรมส่งเสริมสหกรณ์
7. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คพช. กลุ่มเลขานุการ คพช.จะจัดทำร่างมติที่ประชุมเพื่อแจ้งให้กับหน่วยงานเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ที่ประชุมมีมติสั่งการ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามมติที่ประชุมเพื่อนำเสนอ คพช.ต่อไป
8. หากมีเหตุสงสัยว่าเรื่องที่จะนำเสนอเป็นอำนาจของนายทะเบียนสหกรณ์หรือเป็นอำนาจของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติที่จะพิจารณาหรือให้ความเห็นชอบ หรือมีเหตุขัดข้องในการเสนอเรื่องประการใด ให้หารือนายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือหารือโดยตรงที่กลุ่มเลขานุการ คพช. กองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โทร. 02 281 8100


2020 03 10 13 19 47

สรุปมติประชุม คพช. ที่สำคัญ

icon all cat

สถานที่ติดต่อฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ กองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์
กลุ่มเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ
เลขที่ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์/โทรสาร 0 - 2281 - 8100

 

 

อ่าน 16173 เวลา