| หลักเกณฑ์การกู้เงนกองทุนพัฒนาสหกรณ์ |
| |
| คุณสมบัติของสหกรณ์ที่จะกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ |
|
1. สหกรณ์ทุกประเภท 2. มีทุนเรือนหุ้นไม่ต่ำกว่า 50,000.- บาท และสำหรับสหกรณ์ตั้งใหม่ไม่เกิน 1 ปี ให้กู้ได้ไม่เกิน 500,000.- บาท เว้นแต่ สหกรณ์นั้นต้องการดำเนินการตามโครงการพิเศษที่ทางราชการกำหนดหรือโครงการที่ทางราชการมอบหมายให้สหกรณ์นั้นดำเนินการ 3. มีวินัยทางการเงิน เป็นสหกรณ์ที่ไม่มีการทุจริตและไม่มีข้อบกพร่องทางการเงินและทางบัญชี หากสหกรณ์มีข้อบกพร่อง ต้องได้รับการแก้ไขแล้ว |
| |
| วงเงินให้กู้ยืม |
| วงเงินกู้ยืมต่อหนึ่งสหกรณ์ขึ้นอยู่กับโครงการ/แผนงาน ฐานะทางการเงิน และความสามารถในการส่งชำระหนี้ของสหกรณ์ |
| |
| อัตราดอกเบี้ย |
| เงินที่จ่ายให้สหกรณ์กู้ยืม คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 - 6 ต่อปี ตามหลักเกณฑ์การเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ตามผลการจัดชั้นลูกหนี้ของสหกรณ์ ดังนี้ |
| |
| ชั้นลูกหนี้ อัตราดอกเบี้ยต่อปี |
| เงินกู้ทั่วไป เงินกู้เพื่อลงทุนในทรัพย์สิน พิเศษ12345 ร้อยละ 1ร้อยละ 2ร้อยละ 3ร้อยละ 4ร้อยละ 5ร้อยละ 6 ร้อยละ 1 ร้อยละ 1.5 ร้อยละ 2ร้อยละ 2.5 ร้อยละ 3 ร้อยละ 3.5 |
| |
| วัตถุประสงค์ในการให้สหกรณ์กู้ยืม |
| 1. เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ |
| 2. เพื่อการลงทุนในทรัพย์สิน หรือ ชำระหนี้เดิมที่เกิดจากการลงทุนในทรัพย์สิน |
| |
| ระยะเวลาการให้กู้ |
| 1. เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจให้กู้หมุนเวียนได้ ภายในระยะเวลา 3 ปี (โดยปฏิบัติตามเงื่อนไข) |
| 2. เพื่อการลงทุนในทรัพย์สิน ภายในระยะเวลา 15 ปี |
| |
| เงื่อนไขการให้เงินกู้ |
1. กรณี กู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ให้กู้หมุนเวียนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ |
|
(1) ต้องใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในแต่ละปี ภายในวัตถุประสงค์เดิมและวงเงินกู้เท่าเดิม (2) ให้สหกรณ์จัดทำหนังสือกู้ยืมและหลักประกันเงินกู้ใหม่ทุกปี (โดยระบุวันครบกำหนดในหนังสือสัญญาภายใน 1 ปี) พร้อมแนบแผนการดำเนินธุรกิจงบการเงินของสหกรณ์ (งบทดลองเดือนล่าสุดและงบดุล ปีล่าสุด) และสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ครั้งที่มีมติขอกู้เงินและขอเบิกเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ และมติแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือสัญญากู้ยืมแทนสหกรณ์ทุกปี เพื่อประกอบการขอเบิกเงินกู้ ทุกครั้ง (3) การขอกู้และเบิกเงินกู้ในปีที่ 2 และปีที่ 3 เพื่อนำเงินกู้ไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์เดิม ดังกล่าว (สหกรณ์จะต้องไม่มีข้อบกพร่องทางการเงิน โดยพิจารณาจากงบการเงินของสหกรณ์ และสหกรณ์จะต้อง ส่งชำระหนี้เงินกู้เดิมให้เสร็จสิ้นก่อนเบิกรับเงินกู้ใหม่ และให้พิจารณานำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินกองทุน พัฒนาสหกรณ์เบิกจ่ายเงินกู้ให้สหกรณ์ |
| |
| 2. กรณี กู้เพื่อการลงทุนในทรัพย์สิน มีเงื่อนไข ดังนี้ |
| (1) ระยะเวลาการให้เงินกู้ไม่เกิน 15 ปี โดยพิจารณาจากความเป็นไปได้ของโครงการประวัติการชำระหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ |
| (2) วงเงินให้กู้เพื่อลงทุนในทรัพย์สินไม่เกิน 80% ของวงเงินลงทุน |
| (3) ให้นำสินทรัพย์ที่เกิดจากการใช้เงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ และสามารถจำนองได้ตามกฎหมาย นำมาจำนองค้ำประกันเงินกู้ด้วย |
| |
| หลักประกันเงินกู้ |
คณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ทั้งคณะ และผู้จัดการของสหกรณ์ (ถ้ามี) ร่วมค้ำประกันเงินกู้ทุกกรณี พร้อมทั้งจำนองอสังหาริมทรัพย์ (ถ้ามี) (การค้ำประกันดังกล่าวเป็นการค้ำประกันในฐานะส่วนตัวและยังคงผูกพันผู้ค้ำประกันตลอดไปจนกว่ากรมฯ จะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน) |
| |
| ผู้มีอำนาจอนุญาตให้สหกรณ์กู้เงิน |
| 1. จำนวนเงินกู้ไม่เกิน 1,000,000.- บาท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต ภายในวงเงินที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดสรรให้แต่ละจังหวัด |
| 2. จำนวนเงินกู้ไม่เกิน 25,000,000.- บาท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้มีอำนาจอนุญาต |
| 3. จำนวนเงินกู้เกินกว่า 25,000,000.- บาท คณะกรรมการบริหาร กพส. เป็นผู้มีอำนาจอนุญาต |
| |
| กรอบการพิจารณาคำขอกู้เงิน |
| 1. พิจารณาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ของแผนงาน/โครงการ โดยพิจารณาจาก |
(1) แผนการดำเนินธุรกิจ ต้องมีรายได้เกินจุดคุ้มทุน หรือมีผลตอบแทนของโครงการคุ้มค่า ต่อการลงทุน (2) ลักษณะของธุรกิจที่ใช้เงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ต้องตอบสนองความต้องการของสมาชิก ภายใต้หลักและวิธีการสหกรณ์ (3) ผลประโยชน์จากการใช้เงินต้องเกิดกับสมาชิกโดยตรง |
| 2. พิจารณาผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของสหกรณ์ ดังนี้ |
(1) ต้องมีปัจจัยที่สามารถชี้ให้เห็นชัดเจน หรือปัจจัยจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสหกรณ์ผู้กู้ว่า สหกรณ์จะสามารถดำเนินธุรกิจตามแผนงาน/โครงการที่ขอกู้เงินได้ประสบผลสำเร็จ (2) มีงบการเงินมาแสดง และวิเคราะห์แล้วเห็นว่ามีความสามารถจะก่อหนี้เพิ่มได้ (3) มีรายได้สุทธิคงเหลือจากงบกระแสเงินสดเพียงพอในการส่งชำระคืนเงินกู้ |
| 3. มีหลักประกันเงินกู้ |
|
4. กรณีคำขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ไม่เกิน 1,000,000.- บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาต ให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีที่สหกรณ์กู้ยืมเงินไปเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ (ได้แก่ ให้สมาชิกกู้ยืม จัดหาปัจจัยการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย และรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกมาจำหน่าย) ให้กู้หมุนเวียนภายในระยะเวลา 3 ปี โดยถือปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้เงินกู้ กล่าวคือ สหกรณ์จะต้องใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในแต่ละปี ภายในวัตถุประสงค์เดิม และวงเงินกู้เท่าเดิม พร้อมทั้งสหกรณ์จะต้องจัดทำหนังสือสัญญากู้ยืมและหลักประกันเงินกู้ใหม่ทุกปี โดยระบุวันครบกำหนดในหนังสือสัญญา ภายใน 1 ปี |
| 5. กรณีที่เป็นโครงการพิเศษหรือกรณีอื่น ๆ ให้เสนอกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้พิจารณา |
| |
| ขั้นตอนการพิจารณาคำขอกู้ |
| การพิจารณาคำขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ กำหนดให้มีองค์คณะพิจารณา ดังนี้ |
1. ในส่วนภูมิภาค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดแต่งตั้ง "คณะกรรมการกลั่นกรอง พิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์" ขึ้นมา 1 คณะ โดยมีผู้แทนสหกรณ์ 1 คน และผู้แทนกลุ่มเกษตรกร 1 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าว เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นว่าสหกรณ์ควรจะได้รับเงินกู้หรือไม่ได้รับเงินกู้ หรือพิจารณาคำขอผ่อนผันเวลาชำระหนี้ หรือกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกองทุนพัฒนาสหกรณ์ |
| |
| 2. ในส่วนกลาง แยกเป็น |
| (1) สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ พื้นที่ 1 พื้นที่ 2 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ พื้นที่แต่งตั้ง "คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์" ขึ้นมา 1 คณะ เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นว่า สหกรณ์ควรจะได้รับเงินกู้หรือไม่ได้รับเงินกู้ หรือพิจารณาคำขอผ่อนผันเวลาชำระหนี้ หรือกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเงิน กองทุนพัฒนาสหกรณ์ |
| (2) กรมส่งเสริมสหกรณ์แต่งตั้ง "คณะกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์" ขึ้นมา 1 คณะ เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นว่าสหกรณ์ควรจะได้รับเงินกู้หรือไม่ได้รับเงินกู้ หรือพิจารณาคำขอผ่อนผันเวลาชำระหนี้ หรือกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกองทุนพัฒนาสหกรณ์ |
| |
| เส้นทางการกู้เงินทุน |
1. สหกรณ์จัดทำโครงการพร้อมเสนอคำขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ต่อกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยผ่านสหกรณ์จังหวัด หรือผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ พื้นที่ 2. คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์เป็นผู้พิจารณาและกลั่นกรอง คำขอกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือดำเนินการอื่น ๆ เกี่ยวกับเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ทุกกรณี |
| 3. เมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์พิจารณาแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้ |
(1) กรณีที่เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาต (2) กรณีเป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ พื้นที่ ให้นำเสนอผู้อำนวยการสำนักฯ (3) นอกเหนือกรณีดังกล่าวให้นำเสนอกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อพิจารณา |
| 4. กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์พิจารณาและนำเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต |
| 5. กรณีที่สหกรณ์ขอกู้เงินเกิน 25,000,000.- บาท กรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำเสนอคณะกรรมการบริหาร กพส. เพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป |
| |
| การเบิกจ่ายเงินกู้ |
| 1. กรมส่งเสริมสหกรณ์จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ตามวงเงินที่จัดสรรให้ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และตามที่ผู้มีอำนาจอนุญาตให้สหกรณ์กู้ยืมเงินในแต่ละคราว |
| 2. ให้สหกรณ์จังหวัดเรียกสหกรณ์ผู้กู้มาจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน หนังสือค้ำประกันของผู้ค้ำประกันและดำเนินการจัดทำหลักประกันอื่น ตามเงื่อนไขการกู้ยืมให้แล้วเสร็จก่อนเบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่สหกรณ์ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย ให้รายงานขอผ่อนคลายเป็นกรณี ๆ ไป |
| |
| การผ่อนผันการชำระหนี้ |
| 1. กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือจำเป็นให้ขอผ่อนผันได้ตามข้อเท็จจริง โดยมีหลักฐานประกอบ |
| 2. ให้ผ่อนผันได้ตามความสามารถในการส่งชำระหนี้ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์คณะกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ และคณะกรรมการบริหาร กพส. พิจารณาและนำเสนอผู้มีอำนาจอนุญาตแล้วแต่กรณี |
| 3. ให้ส่งรายงานขอผ่อนผันการชำระหนี้ ก่อนสัญญาครบกำหนดชำระไม่น้อยกว่า 45 วัน (หากไม่สามารถดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ให้รายงานเหตุผลชี้แจงประกอบ) |
| |
|
ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตการผ่อนผัน ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้สหกรณ์กู้เงิน เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตผ่อนผัน และหากสัญญากู้ยืมเงินใด มีต้นเงินคงเหลือไม่เกิน 1,000,000.- บาท ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาตผ่อนผัน |