logonewcpd V3

blank50

ให้คะแนนบทความนี้
(0 โหวต)

5 มิถุนายน 2561 นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และนายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Conference

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และนายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Conference เพื่อชี้แจงแนวทางในการดำเนินโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร โดยมีข้าราชการจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ตัวแทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดต่าง ๆ รับฟังผ่านการถ่ายทอดสดดังกล่าวพร้อมกันทั่วประเทศ จากห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ นักวิจัยเจ้าของผลงาน “ปุ๋ยสั่งตัด” และดร.ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นักวิชาการจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน เข้าร่วมชี้แจงในครั้งนี้ด้วย โครงการสนับสนุนการผลิตและจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร เป็นการดำเนินโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเกษตรประชารัฐ เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกรนั้น สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องสำรวจความต้องการใช้ปุ๋ยของสมาชิกและให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินโดยงให้สมาชิกเก็บตัวอย่างดินในไร่ นา หรือสวนของตนเอง นำมาตรวจวิเคราะห์เพื่อหาธาตุอาหาร N-P-K เพื่อให้สหกรณ์มีข้อมูลสำหรับนำไปจัดทำแผนการผลิตหรือผสมปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการ เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลง และส่งผลทำให้พื้นที่เพาะปลูก มีธาตุอาหารที่สมบูรณ์ครบถ้วน ส่งผลต่อการปลูกพืชได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสินเชื่อ 3,600 ล้านบาท ให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน จำนวน 500 แห่ง คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-3 ต่อปี และรัฐบาลชดเชยให้ร้อยละ 2% ปี เพื่อให้สถาบันเกษตรกรนำไปเป็นทุนหมุนเวียนจัดหาแม่ปุ๋ย เพื่อนำมาบริการผสมปุ๋ยหรือผลิตปุ๋ย ให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับสภาพดิน แต่ละพื้นที่ของสมาชิก ซึ่งระยะเวลาของการดำเนินโครงการ เริ่มตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2561 - 30 เมษายน 2563 ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อไร่และได้ปุ๋ยที่มีความเหมาะสมกับสภาพดิน ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและส่งผลต่อปริมาณผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กล่าวเชิญชวนให้สหกรณ์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ตั้งคลินิกดินขึ้นที่สหกรณ์เพื่อบริการตรวจวิเคราะห์ดินให้กับเกษตรกร โดยร่วมมือกับหมอดินอาสาแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่างดินให้กับสมาชิก เพื่อนำมาส่งให้สหกรณ์ และให้เจ้าหน้าที่นำตัวอย่างดินมาตรวจสอบโดยใช้ชุดตรวจสอบดินแบบรวดเร็ว (Test Kit) ซึ่งจะทราบผลวิเคราะห์ค่าดินของสมาชิกเป็นรายแปลงว่าแต่ละรายมีสภาพดินเป็นอย่างไร ซึ่งสหกรณ์จะมีฐานข้อมูลของสมาชิกแต่ละรายว่ามีพื้นที่เท่าไหร่ สภาพดินเป็นอย่างไร และต้องการใช้ปุ๋ยปริมาณเท่าไหร่ต่อปี และปุ๋ยที่ต้องการใช้ต้องมีธาตุอาหารอะไรบ้าง เพื่อให้สหกรณ์สามารถวางแผนการผลิตและผสมปุ๋ยได้ตรงกับความต้องการ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สหกรณ์จะสามารถให้บริการแก่สมาชิก ส่งผลต่อการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง

อ่าน 312 เวลา